แชร์

การโค้ช (Coaching) โดย ดร.ธานินทร์

อัพเดทล่าสุด: 26 ธ.ค. 2024
1745 ผู้เข้าชม
การโค้ช (Coaching)

โดย

ธานินทร์ วรวิจิตราพันธ์

แปลโดย

ดร. เพ็ชรรัตน์  จันทร์แสนวิไล

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชาความเป็นผู้นำ

ABGTS (Asia Baptist Theological Seminary)

 ----------------------------

เรื่องในเล่ม

1. เบื้องหลัง และ คำจำกัดความ

2. องค์ประกอบของการโค้ช

     2.1 การตั้งเป้าหมาย

     2.2 กลยุทธ์ หรือ แผนปฏิบัติการ

     2.3 ผลสะท้อนกลับและการคิดทบทวน
     2.4 ความรับผิดชอบ  

3. โค้ช และ น้องเลี้ยง

4. การโค้ชกับพันธกิจอภิบาล



เบื้องหลัง และ คำจำกัดความ

คำว่า การโค้ช (coaching)[1] ถูกใช้เป็นครั้งแรกในปลายศตวรรษที่ ๑๙ ในทีมกีฬา จุดประสงค์คือการทำให้นักกีฬาเล่นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมา ในศตวรรษที่ ๒๐ จึงมีการใช้คำนี้ในด้านอื่นๆที่ไม่ใช่การกีฬาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในธุรกิจ หรือ ในองค์กรต่างๆ  ในเวลาต่อมา ก็มีการใช้คำนี้ในด้านพัฒนาการทางจิตวิทยาของคน ซึ่งบางครั้งเรียกว่า การโค้ชชีวิต (life coaching) หรือ การโค้ชส่วนตัว (personal coaching) บทความนี้จะมุ่งเน้นทางด้านนี้ คือการโค้ชที่เน้นการช่วยเหลือคนอื่นให้ตั้งเป้าหมายและทำให้บรรลุตามเป้าหมาย ในบริบทด้านธุรกิจ เป้าหมายอาจเป็น การทำงานให้ได้ดีขึ้น ในขณะที่ทางด้านพัฒนาการส่วนตัว เป้าหมายอาจรวมถึงมิติด้านจิตใจหรือจิตวิญญาณด้วย การโค้ชมุ่งเน้น การถามคำถามอย่างไม่ชี้นำ การกระตุ้นความสนใจ และการช่วยน้องเลี้ยง ให้วิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ท้าทายตัวเอง แทนการให้คำแนะนำ หรือ ชี้นำ[2] เป็นการยากที่จะนิยามคำว่า การโค้ช อย่างรัดกุม อย่างไรก็ตาม สถาบัน Chartered Institute of Personnel and Development (CIPD) ได้ให้แนวคิดที่เห็นพ้องกันของลักษณะการโค้ช[3] ดังต่อไปนี้

ต้องเป็นรูปแบบการพัฒนาโดยไม่มีการชี้นำ
มุ่งเน้นการปรับปรุงการทำงาน หรือ ทักษะส่วนตัว
อาจมีการพูดถึงประเด็นส่วนตัว แต่เน้นที่การปฏิบัติตัวในการทำงาน 
กิจกรรมในการโค้ชมีทั้งเป้าหมายด้านองค์กรและส่วนบุคคล
มีสมมุติฐานว่าบุคคลนั้น ๆ มีสุขภาพจิตที่ดี และไม่ต้องการการแทรกแซงด้านจิตบำบัดให้ผลสะท้อนกลับ (feedback) แก่คน ๆ นั้น ทั้งด้านจุดแข็งและจุดอ่อนของเขาเป็นกิจกรรมที่มีทักษะที่ควรจัดโดยคนที่ได้รับ

 


การอบรมมามีความเหลื่อมล้ำกันอยู่บ้าง ระหว่าง การโค้ช (coaching) การเป็นพี่เลี้ยง (mentoring) และการให้คำปรึกษา (counselling) การเป็นพี่เลี้ยงจะเน้นด้านสัมพันธภาพระยะยาว ในขณะที่การโค้ชมุ่งเน้นการพัฒนาเป้าหมายเจาะจงบางอย่างในระยะสั้น พี่เลี้ยงมีมุมมองที่กว้างกว่าในตัวน้องเลี้ยงและสภาพแวดล้อมเป็นแบบกันเองมากกว่า เมื่อเทียบกับการให้คำปรึกษา การโค้ชมีไว้สำหรับคนที่มีสุขภาพจิตดี เมื่อโค้ชสังเกตเห็นความไม่ปกติด้านจิตใจของน้องเลี้ยง เขาสามารถส่งต่อไปให้มืออาชีพคนอื่นดูแลได้

ในการสำรวจน้องเลี้ยง 210 คนของโค้ชมืออาชีพและส่วนตัว ที่ทำโดยสมาคมมืออาชีพด้านธุรกิจและโค้ชส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดของโลกคือ International Coach Federation in America ในปี 1998 มีข้อเท็จจริงบางอย่าง ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นผลด้านบวกมาก ๆ ของการโค้ช กล่าวคือ 70% ของผู้ที่ตอบบอกว่า มีคุณค่ามาก ในขณะที่ 28.5% บอกว่า มีคุณค่า ในการตอบคำถามเรื่องบทบาทของโค้ช น้องเลี้ยงมองดูบทบาทของโค้ชว่าเป็นผู้ฟังหรือกระจกสะท้อนความคิด (84.8%) เป็นผู้กระตุ้น (78.1%) เป็นเพื่อน (56.7%) เป็นพี่เลี้ยง (50.5%)

ด้านผลของการทำงานกับโค้ชนั้น คำตอบ ๕ อันดับแรกของประสบการณ์ของน้องเลี้ยงคือ ความตระหนักในตัวเอง (67.6%) ตั้งเป้าหมายที่ดีขึ้น (62.4%) ชีวิตสมดุลมากขึ้น (60.5%) ความเครียดลดลง (57.1%) และ การค้นพบตัวเอง (52.9%)

การติดต่อสื่อสารหลัก ๓ ประเภทระหว่างโค้ชและน้องเลี้ยงคือ ทางโทรศัพท์ (94.3%) ทางอีเมล์ (45.2%) และการพบเป็นส่วนตัว (35.2%)
(อ่านต่อ) ดาวน์โหลดไฟล์ https://drive.google.com/uc?export=download&id=1lLNC7oSAxzl63d3oLcr488Ft_T0bY_GZ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ตอน 2 สถาบันคริสต์ศาสนา” ของคาลวิน: รากฐานการพัฒนาจิตวิญญาณ
การพัฒนาจิตวิญญาณโดยการถูกรับเป็นบุตร
26 ธ.ค. 2024
"รัก" ในมุมมอง "พระเยซู" Love for Jesus
บทความ โดย ธานินทร์ วรวิจิตราพันธ์
26 ธ.ค. 2024
โลกคือความเปลี่ยนแปลง (การจัดการกับโลกที่เปลี่ยนแปลง)
ดร. เน็ด อาร์ สจ๊วต (อดีต) หัวหน้าภาคการให้
26 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy